“Lantern of Lanna Kingdom” นวัตกรรมโคมลอยลูกโป่งไร้ไฟ
“Lantern of Lanna Kingdom” นวัตกรรมโคมลอยลูกโป่งไร้ไฟ ปลอดภัยแถมรักษ์โลก
เชียงใหม่-เชียงใหม่เปิดกิจกรรมปล่อยโคมเสริมดวงรูปแบบใหม่ ณ วัดศรีสุพรรณ
.
นำร่องนวัตกรรม “โคมลอยลูกโป่ง” ครั้งแรกในไทย ใช้ก๊าซฮีเลียมแทนไฟจริง ควบคุมการลอยได้ปลอดภัย ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม หวังแก้ปัญหาลักลอบปล่อยโคมในเขตห้าม พร้อมชูจุดเช็คอินสายศรัทธาขอพรพระเมืองแก้ว ตลอดกุมภาพันธ์–มีนาคมนี้
.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า ช่วงค่ำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเปิดกิจกรรมปล่อยโคมเสริมดวง ของดีวัดศรีสุพรรณ หรือ Lantern of Lana Kingdom ซึ่งเป็นการนำเอาแนวคิดที่ได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรม “โคมลอยลูกโป่ง” ครั้งแรกในไทย หวังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ประเพณีล้านนาเดินหน้าคู่กับความยั่งยืน พร้อมเปิดจุดเช็คอินสายมูขอพรเสริมดวงความรักและงาน ในช่วง กุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้
.
โดยกิจกรรมนี้เริ่มต้นจากชั้นเรียนสู่การนำมาใช้งานจริง จากหลักสูตร Ex-MBA มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ พัฒนาต้นแบบโคมลอยที่ไม่ต้องใช้ไฟ และมีมาตรฐานมืออาชีพระดับประเทศ จาก Party Villa Balloons Chiangmai ที่นำเทคนิคการทำลูกโป่งขั้นสูงมาเนรมิตให้โคมมีความพริ้วไหวสวยงามเสมือนจริง แต่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเป็นการร่วมมือจากตำรวจท่องเที่ยวร่วมสร้างสรรค์ เพื่อการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ

.
ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ และอาสาตำรวจท่องเที่ยว ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้ร่วมคิดและสนับสนุน เพื่อแก้ปัญหาไฟไหม้จากการแอบปล่อยโคมในที่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยร่วมดูแลความเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ขณะที่สายมูเตลู และวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ขอพรพระเมืองแก้ว กษัตริย์นักบุญ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสจิตวิญญาณล้านนาผ่านกิจกรรมที่จับต้องได้ ขอพรเสริมดวง “พระเมืองแก้ว” และพระมารดา กษัตริย์ผู้สร้างยุคทองของพุทธศาสนาในล้านนา เน้นความปังเรื่อง “ความรักและการงาน”
.
สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจคือ การปล่อยโคมลอยที่เสมือนเหมือนกับได้ปล่อยโคมลอยขึ้นไปบนฟ้าจริงๆ แต่เป็นโคมลอยที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย แถมได้ถ่ายรูปสวย ๆ พร้อมกับได้อธิษฐานขอพร ตามที่ตนเองคาดหวังไว้ โดยการปล่อยโคมลอยนี้จะมีการติดตั้งไฟถีบไม่ใช่ไฟจริง และเมื่อปล่อยโคมก็จะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อถึงจุดหนึ่งโคมก็จะหยุดจากเชือกที่ผูกไว้ ซึ่งก็จะไปตกสร้างปัญหาให้กับชาวบ้าน และยังสามารถถ่ายรูปถมที่ที่รออยู่บนฟ้าที่สวยงามไปอีกแบบ รวมถึงอุโมงค์โคมประดับ ผลงานการทำโคมประดับโดย กลุ่มแม่บ้านชุมชนวัดศรีสุพรรณ สร้างรายได้กลับสู่ชุมชน และเป็นแลนด์มาร์คถ่ายรูปสุดอลังการ
.
พ.ต.ท.มกรา ศรีสกุลพิสุทธิ์ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจ ท่องเที่ยวเชียงใหม่ (ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.2) และในฐานะตัวแทนนักศึกษาหลักสูตรปริญญาโท CMUBS หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมธุรกิจสำหรับผู้บริหาร หรือ Ex-MBA มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้มีความคาดหวังที่จะช่วยลดปัญหาจากการที่นักท่องเที่ยวลักลอบปล่อยโคมลอยในพื้นที่ห้ามปล่อย ซึ่งก็จะมีการลักลอบปล่อยจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะนำมาสู่ปัญหาอัคคีภัยและปัญหาขยะ โดยคาดว่ากิจกรรมนี้จะช่วยทำให้นักท่องเที่ยวได้ปล่อยโคมอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ จุดนี้ก็จะเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและน่าจะช่วยแก้ไขปัญหาให้จังหวัดเชียงใหม่ได้

.
ทั้งนี้กิจกรรมนี้ก็จะดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาหากประสบความสำเร็จก็จะมีการต่อยอดนำไปสู่วัดอื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่รวมถึงในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรืองานประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้ต่อไป
.
กรัณฑ์ อุทัย หรือ อ.แบงค์ มนต์เทวา เล่าว่า กิจกรรมในวันนี้เราได้มีการบูชาพระเมืองแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของชาวเชียงใหม่ ท่านเป็นผู้สร้างวัดศรีสุพรรณแห่งนี้และเป็นกษัตริย์ในสมัยโบราณ สำหรับการปล่อยโคมก็เป็นเรื่องของพระพุทธศาสนา ซึ่งกิจกรรมนี้ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีในเชิงของการท่องเที่ยวด้วย เพราะว่าในยุคปัจจุบันการท่องเที่ยวที่พบเห็นก็คือการท่องเที่ยวเชิงศรัทธามีมากขึ้น และปัจจุบันตามวัดต่างๆก็ได้มีการ จัดกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้เรียนรู้ในเชิงศรัทธาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งก็จะไม่เป็นเรื่องงมงายมากจนเกินไป และจะส่งผลดีคือทำให้คนศรัทธา รักษาพระพุทธศาสนาและนำไปสู่ปัญญาในอนาคตมากยิ่งขึ้น และจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจกิจกรรมเชิงศรัทธามากยิ่งขึ้น
.
ส่วนการปล่อยโคมที่วัดแห่งนี้เราได้นำนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับก๊าซฮีเลียมที่บรรจุในลูกโป่งและนำมาใส่ไว้ในโคมลอยเพื่อให้เสมือนกับการปล่อยโคมจริงๆ ซึ่งตามหลักกฏหมายแล้วห้ามปล่อยในพื้นที่เขตการบิน แต่เราสามารถควบคุมไม่ให้ลอยขึ้นฟ้าได้ ก็จะเป็นการบูชาเชิงศรัทธา และอธิษฐานได้อย่างเต็มที่
.
เครดิตข่าวและภาพภ่าย: Facebook เนชั่นทีวี ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
[Link]https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1559853802412162&id=100051626718617&mibextid=wwXIfr&rdid=R71xwt4PvKQiv5M9#




